2007/Mar/20

Record #4


"อ๊าก!!" เเสงสีฟ้าส่องเเสงว่าบขึ้นในห้องที่มีเพียงเเต่ความมืด
ดวงไฟสีขาวดวงเดียวที่ส่องเเสงลงมาพอจะให้เเสงสว่างเเก่บริเวณเล็กๆตรงกลางห้อง

"อ๊าก!!" เเสงว่าบสีฟ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงที่คล้ายกับกระเเสไฟฟ้าลัดวงจร ร่างของชายหนึ่มผมสีเงินที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือก เเละเข็มขัดมากมายโดยที่มัดเเขนทั้ง 2 ข้างของเขาไว้ด้วยกันที่ด้านหลังของเขา
กระเเสไฟที่วิ่งกระจายออกมาจากร่างของเขาเนื่องจากถูกช็อต ชายผู้นั้นนอนหายใจหอบเสียงดัง รอยเเผลไฟใหม้ที่เกิดจากการถูกช็อต เเละรอยช้ำที่ได้มาจากการถูกซ้อมเผยให้เห็นทั่วไปบนร่างกาย เเละใบหน้าของเขา
เหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากผิวหนังที่ซีดเซียว เส้นผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ โดยมีปลอกคอสีขาวที่สลักตัวอักษรเอาไว้ว่า ยาซู เอมูเอล

"เจ้านี่สินะ ที่ฆ่าเคียด์ เเละ นอร์นามด์" ชายร่างเล็กในชุดสูทสีเทาเดินเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าสีเงินที่สะท้อนเเสงจากหลอดไฟเบื้องบน เสื้อสูทของเขามีสัญลักษณ์รูปกุหลายสีดำที่ปักอยู่บนอกของเขา เพียงเเต่ใบหน้าของเขาที่ยังคงซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดของห้อง

"พวกเจ้าจะทำอะไรก็ตามใจ ข้าจะต้องกลับไปที่ Metroz คราวหลังอย่าเรียกข้ามาเพราะเรื่องเล็กๆเเค่นี้อีกล่ะ" ชายผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม เเต่มีความไม่พึงพอใจซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับ เเล้วเดินหายไปในความมืด ซึ่งตามมาด้วยเสียงของกลอนประตูที่เปิดออก เสียงโลหะเสียดสีกันไปมา ก่อนจะที่เป็นเสียงสิ่งที่เคลื่อนที่นั้นกระเเทกเข้ากับกำเเพงเเละเสียงกลอนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"เเกนี่มันทนดีจริงๆนะ ข้าชอบว่ะ" ชายที่ถือเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้ในมือของเขาหัวเราะร่า เเล้วดึงผมของชายผู้นั้นที่นอนอยู่อย่างไร้ทางต่อสู้

ชายที่มีเครื่องช็อตอยู่ในมือง้างมือขึ้น เเต่ว่ามันก็ถูกเตะกระเด็นหายไปในความมืด
"เฮ้ย!?" ชายอีกคนวิ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกับเครื่องช็อตไฟฟ้าอีกเครื่อง

ชายผมเงินม้วนตัวลุกขึ้น เเละถีบชายที่ดึงผมของเขาเมื่อครู่จนกระเด็นถอยออกไป ก่อนจะหมุนตัวหลเบเครื่องช็อตไฟฟ้าที่กำลังพุ่งเข้ามา เเละขัดขาของเชายผู้นั้น ซึ่งทำให้เขาสะดุด เเล้วไปช็อตชายอีกคนที่ถูกถีบล้มลงไป
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น ก่อนที่กระเเสไฟจะหยุดลงเมื่อชายที่ถือมันอยู่ดึงมันกลับออกมาจากร่างชายที่ถูกช็อต

เมื่อชายคนนั้นหันมา ชายผมเงินก็พุ่งเข้าไปเตะเครื่องช็อตไฟฟ้าให้ลอยหลุดออกจากมือของชายผู้นั้น เเละหมุนตัวเตะเข้าที่ก้านคอของชายผู้นั้น เเละเลยไปเตะเครื่องช็อตไฟฟ้าจนมันลอยหายเข้าไปในความมือ
เสียงกระดูกที่หักออกจากชายที่ถูกเตะ ดังออกมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากชายอีกคนที่อยู่ในความมืดที่ไม่สามารถมองเห็นได้

เสียงของร่าง 2 ร่างล้มลงกระเเทกกับพื้นห้องเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงชัยชนะของชายผมเงินที่ถูกมัดมือเอาไว้ทั้ง 2 ข้าง เหนือชายทั้ง 3
ดวงตาสีเเดงเรืองออกมาจากในความมืด เป็นจุดจบของ Neo Reiv ทั้ง 3


=====


"เอ้า! เปิดร้านได้เเล้ว มาริอัน" ชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีเทาเดินเข้ามาภายในร้านอาหารที่ตกเเต่งเเบบง่ายๆดูเป็นกันเอง ซึ่งในมือของเขานั้นก็มีถุงของสดเต็มไปหมด

"ขอบคุณมาก เเต่ช่วยมาให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ รุซวิค" หญิงสาวนามมาริอันตอบขณะที่เธอยืนเช็คเคาเตอร์ของบริเวณบาร์อยู่

รุซวิคเดินตรงไปที่ทางเข้าหลังร้านที่ด้านหลังเคาเตอร์โดยที่พยักหน้าทักทายหญิงสาวอีกคนในชุดกระโปรงยาวถึงเข่าสีดำ เเละผ้ากันเปื้อนสีขาว เธอพยักหน้ารับ เเละก้มลงเช็ดโต๊ะ ทำให้ปลอกคอสีขาวของเธอถูกเเสดงออกมาให้เห็น

"ร้านเปิดรึยังมาริอัน" เด็กชายผมสีส้มยาวลงไปจนถึงอกของเขา ผ้าคาดหัวอันเล็กๆที่รัดอยู่รอบหน้าผากของเขา เสื้อเเจ๊คเก็ทสีดำ เเละกางเกงหนังสีเดียวกันผลักประตูทำให้เกิดเสียงกริ่งดังขึ้น เเละก้าวเข้ามาในร้านทันที

"สวัสดี บาโด ร้านยังไม่เปิดหรอก เเต่ใกล้เเล้วล่ะ เธอเข้ามารอก่อนก็ได้" มาริอันเรียกชายหนุ่มนาม บาโด เข้ามา ถึงเเม้ว่า เขาจะอยู่ในร้านเเล้วก็ตาม
บาโดไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม เพียงเเต่เดินตรงไปยังบริเวณบาร์ เเล้วนั่งลงเงียบๆ มาริอันเองก็ก้มหน้าก้มตาเช็คเคาเตอร์โดยที่ไม่สนใจชายหนุ่มเท่าไรนัก คงจะมีเพียงหญิงสาวอีกคนที่เงยหน้าขึ้นมามองเป็นระยะๆด้วยความสงสัย ซึ่งบาโดก็หันไปสบตาเธอเข้าพอดี

"พนักงานใหม่หรอ?" บาโดถาม เเต่หญิงสาวก็เพียงเเต่ทำงานของเธอต่อไป
"ปลอกคอ?" บาโดมองไปเห็นปลอกคอสีขาวของเธอขณะที่เธอหันหลังให้

"เธอเริ่มทำงานเมื่อคืนน่ะ เธอชื่อ อบิเกล รู้จักกันไว้เเล้วกัน ยังไงเธอก็มาที่นี่บ่อยๆอยู่เเล้วนี่ คงจะได้เจอกันอีก" มาริอันตอบ ซึ่งบาโดก็หันกลับไปมองหน้ามาริอัน

"เฮอิเน่ไม่มาหรอวันนี้?" มาริอันถาม
"ไม่อ่ะ" บาโดส่ายหน้าไปมา ทำให้เส้นผมสีส้มของเขาปลิวสไวไปตามเเรงเหวี่ยงของบาโด

"เธอจะสั่งอะไรล่ะ เผื่อข้างในจะพร้อมเเล้ว เราจะได้จัดการให้ได้เลย" มาริอันถาม เเล้ววางเมนูสีเขียวเล่มหนึ่งลงตรงหน้าของบาโด

ดวงตาสีเขียวที่กวาดไปมาตามตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนเมนูเล่มนั้น ก่อนที่บาโดจะใช้นิ้วจิ้มไปบนเมนูหนึ่ง เเละยื่นเมนูคืนให้มาริอัน
บาโดมองตามมาริอันที่เดินหายเข้าไปหลังร้าน เเล้วเขาก็หันไปมองอบิเกลที่กำลังวุ่นอยู่กับงานของเธอ เเต่อบิเกลก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรที่มีบาโดมองอยู่

"ชอบเธอหรอ?" มาริอันเดินกลับออกมา เเล้วกระซิบถามบาโดที่นั่งมองอบิเกลอยู่

"อายุเกือบจะเป็นเเม่ชั้นได้เเล้ว" บาโดกระซิบเบาๆตอบเพื่อไม่ให้อบิเกลได้ยิน เเล้วเขาก็หันมามองหน้ามาริอันด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง

"Wallflower ได้รับข่าวเกี่ยวกับ Blue Lotus เเละ Black Rose"

"เธอมาขายข่าวนี่เองสินะ ทำไมเธอไม่ไปที่ Nickolus Farm หรือ Leaflet Mansion ล่ะ" มาริอันท้าวคางถาม
"ไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไร" บาโดก้มหน้านอนฝุบลงไปบนเคาเตอร์ "ยังไงชั้นก็ต้องไปต่อที่ Leaflet Mansion อยู่เเล้ว"

"สวัสดีบาโด" รุซวิคเดินออกมาจากด้านหลังร้าน พร้อมกับจานอาหารที่บาโดสั่ง
"ขายข่าวรึ?" รุซวิคถามเมื่อเขาวางจานอาหารลงตรงหน้าของบาโด

"อือ เกี่ยวกับ Blue Lotus เเละ Black Rose" บาโดเอื้อมมือไปหยิบช้อนที่รุซริคหยิบมาวางจากหลังเคาเตอร์ให้ เเล้วเริ่มกิน

"ไม่ไปที่ Nickolus หรือ Leaflet Mansion ล่ะ?" รุซวิคถาม

"ไม่บอกก็รู้นะเนี่ย ว่าเเต่งงานกันเเล้ว" บาโดพูดอุบอิบฟังไม่รู้เรื่องเพราะยังมีอาหารอยู่เต็มปากของเขา มาริอันก็ถอนหายใจออกมา เเล้วเดินไปจัดของมาวางบนเคาเตอร์ของเธอ

"ก้มลง!!" เสียงของอบิเกลดังมาจากหน้าร้าน ขณะที่เธอวิ่งตรงมาที่เคาเตอร์
คอเสื้อของบาโดถูกกระชากอย่างสุดเเรง ขณะที่อบิเกลเหวี่ยงร่างของเธอกระโดดข้ามเคาเตอร์ ส่วนบาโดเองก็สามารถคว้าจานอาหารของเขาติดมือมากินต่อได้

เสียงปืนกลดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมๆกับเสียงข้าวของภายในร้านที่เเตกกระจาย มาริอันเอื้อมมือไปหยิบเครื่องคิดเลขเเละกระดาษออกมาจากหลังเคาเตอร์เเล้วเริ่มกดเครื่องคิดเลข เเละจดอะไรบางอย่างลงไป

"ยังจะห่วงกินอีกนะ บาโด เธอก็เหมือนกัน ขี้งกจริงๆ กะจะคิดตังพวกนั้นจริงๆเรอะ? เดี๋ยวได้เจอพวกมันมาถล่มอีกหรอก" รุซวิคมองซ้ายขวาก็พบว่า ทั้งบาโด เเละมาริอัน ดูจะไม่สนใจเรื่องที่พวกเขากำลังถูกกระหน่ำยิงอยู่สักเท่าไหร่

รุซวิคหยิบบุหรี่ขึ้นมามวนนึง เเล้วส่งให้บาโด
"เล่นงี้หรอ?" บาโดถาม เเล้วคาบบุหรี่จากมือของรุซวิค

"เธออายุเท่าไรเนี่ย" อบิเกลถามอย่างไม่มั่นใจเมื่อเห็นบาโดรับบุหรี่มาหน้าตาเฉย

"12" บาโดตอบห้วนๆ เเละยื่นหน้าไปให้รุซวิคจุดบุหรี่ให้
บาโดสูดบุหรี่เข้าไปรวดเดียวจนหายไปเกือบครึ่งเลยในครั้งเดียว ซึ่งอบิเกลก็ทำได้เเค่นั่งดูอยู่เงียบๆ

รุซวิคใช้มือของเขาเเตะไปที่กำเเพงข้างๆ เเละกำเเพงส่วนหนึ่งก็ยื่นออกมา ซึ่งรุซวิคก็เอื้อมมือเข้าไป เเล้วดึงปืนช็อทกันออกมากระบอกหนึ่ง เเละกระสุนอีกเต็มกำมือมาใส่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา

รุซวิคเเละบาโดเดินตรงไปที่ประตูร้านที่เเทบจะหลุดออกมาอยู่เเล้ว
บาโดล้วงมือไปใต้เเจ๊คเก็ทของเขา เเละดึงปืนกลเล็กอูซี่ออกมา 2 กระบอก เเละถีบประตูร้านออกไปด้านนอก โดยมีรุซวิคเดินตามไปด้วยปืนช็อทกันในมือของเขาที่เตรียมพร้อมจะยิงโต้ตอบอยู่ทุกเมื่อ
"เอ้า เเล้วจะพังประตูร้านทำไมเนี่ย อาหารจานนั้น ราคาเเพงเเน่ๆ" มาริอันฉุนขึ้นมาทันทีที่บาโดพังประตูร้านของเธอ
"ใจเย็นๆสิ มาริอัน 2 คนนั้นจะไหวหรอ พวกนั้นมากันตั้งเยอะ" อบิเกลชะโงกหน้าออกไปมองดูสถานการณ์ก็พบว่า รุซวิคเเละบาโดถูกล้อมไว้โดยชายชุดสูทสีดำราวสิบคน โดยเเต่ละคนก็มีสัญลักษณ์รูปดอกบัวสีฟ้าปักอยู่บนเสื้อของพวกเขา

"บาโดคนเดียวพวกนั้นก็เเย่เเล้ว ยิ่งได้บุหรี่ด้วย ชั้นเป็นห่วงพวกนั้นมากกว่าน่ะ" มาริอันก้มหน้ากดเครื่องคิดเลข เเละจดรายการความเสียหายลงไปบนกระดาษเเผ่นเล็กๆของเธอ

"Blue Lotus ต้องการอะไรที่นี่หรือ?" รุซวิคพยายามถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เเต่เขาก็ได้ความเงียบกลับมาเป็นคำตอบ
"ทำไมเย็นชากันอย่างนี้ล่ะ"

"หุบปากน่ะตาเฒ่า" บาโดฉุนที่รุซวิคทำเป็นตีสนิทกับพวกชายกลุ่มนั้นมีทีปืนกลจ่ออยู่ที่พวกเขาอยู่
"ได้บุหรี่เเล้วไม่น่ารักเลยนะ" "หุบปาก" รุซวิคล้อบาโดเล่น เเต่บาโดดูจะไม่พอใจเท่าไรนัก

เสียงขึ้นนกดังออกมาจากปืนของชายกลุ่มนั้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย

"ตามสบายเลย" รุซวิคกระซิบกับบาโด พร้อมๆกับที่เสียงปืนที่ดังรัวไปทั่วบริเวณ
เสียงร้องของชายกลุ่มนั้นก็ดังออกมาเป้นระยะๆ ขณะที่พวกเขาพากันล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น

บาโดม้วนตัวหลบกระสุนไปมา โดยมีรุซวิคคอยยิงสะกัดพวกที่บุกเข้ามาใกล้

รุซวิคเองก็สามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมด ถึงเเม้จะดูช้า เเต่เขาก็ยิงสะกัดพวกที่กำลังจะโจมตีเขาได้ทั้งหมด

รุซวิคยิงช็อทกันออกไป เเละก้มลงให้บาโดวิ่งไต่ขึ้นไปบนหลังของเขา หลังจากนั้น บาโดก็ยิงกลาดใส่กลุ่มชายเหล่านั้นจากเบื้องบน

เสียงรัวจากอูซี่ของบาโด เเละ ช็อทกันระเบิดออกเป็นระยะๆ ส่งชายกลุ่มนั้นกระเด็นถอยหลังไปนอนจุกอยู่บนพื้น

เสียงปืน เสียงร้อง เสียงข้าวของพังเสียหายดังอยู่ได้สักพักจนในที่สุดก็เงียบลง เมื่อการต่อสู้ได้จบลง

บาโดเเละรุซวิคยืนดูกลุ่มชายเหล่านั้นนอนขยับตัวไปมา เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวด

"ไม่ตายสักคนเลยนี่" รุซวิคทักบาโดที่กวาดสายตามองไปรอบๆ
"ลุงเองก็เถอะ ช็อทกันอะไรฆ่าคนไม่ได้" บาโดเถียงกลับไปทันที ก่อนที่เขาจะโยนก้นบุหรี่ของเขาลงพื้น
"กระสุนยางน่ะ พวกนี้ไม่ตายหรอก" รุซวิคสูบบุหรี่ของเขาอีกครั้ง เเล้วโยนมันลงพื้น เเละใช้เท้าขยี้ก้นบุหรี่จนเเหลกคาพื้น

บาโดถอดเสื้อเเจ๊คเก็ทของเขาที่ถูกยิงเป็นรูพรุนเต็มไปหมด เเล้วโยนมันลงปิดหน้าของชายผู้หนึ่งที่นอนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเขาก็พยายามเอื้อมมือหยิบเเจ๊คเก็ทของบาโดออกจากหน้าของเขา

"เเพงรึเปล่านั่น เสื้อเเจ๊คเก๊ทนั่น" รุซวิคถามเล่น
"2000 Gold ไม่ใช่ย่อยนะ รู้รึเปล่า ชั้นได้ตัวนี้มาตั้งนานเเล้ว เสียดายจังเว้ย" บาโดบ่นใส่ชายเหล่านั้นที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นถนน

"เอาน่าๆ ใจเย็นๆ พวกนั้นมันก็จะเเย่กันหมดอยู่เเล้ว" รุซวิคพยายามห้ามบาโดที่ทำท่าจะเดินไปกระทืบชายคนหนึ่งที่นอนอยู่ใกล้ๆ

มาริอันเองก็เดินออกมาจากร้านที่พังยิบเยิน เธอเดินไปหยุดลงตรงหน้าของเขาคนหนึ่งที่นอนกองอยู่บนพื้นถนน

"เอากระดาษเเผ่นนี้ไปฝากหัวหน้าของพวกนายทีนะ" มาริอันนั่งยองๆลงตรงหน้าของชายคนนั้น
"รายการความเสียหาย?" ชายคนนั้นขมวดคิ้วเมื่อเห็นหัวกระดาษเเผ่นนั้น ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองมาริอัน เเต่สายตาของเขาดูจะขึ้นไปไม่สูงถึงระดับใบหน้าของเธอ
"สีเเดง" ชายคนนั้นกระซิบเบาๆ เเต่หน้าของเขาก็กระเเทกลงไปบนพื้นอย่างจัง โดยมีเท้าของรุซวิคขยี้หัวของเขาอยู่

"คงจะพอเอาเลือดชั่วเเกออกมาได้บ้างนะ เเดงพอใจไม๊?" รุซวิคขยี้หัวชายคนนั้นอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ชายคนนั้นได้เเต่ร้องครางด้วยความเจ็บปวด

"พอเเล้วล่ะ ชั้นขี้เกียจออกมาถูกหน้าร้านอีก" มาริอันบ่น ก่อนที่เธอจะลุกขึ้น เเล้วเดินกลับเข้าไปภายในร้าน
"ชั้นต่างหากล่ะ ที่จะต้องเป็นคนมาเก็บกวาดทำความสะอาดเนี่ย" "บ่นอะไร?" "ปล่าวจ้า" รุซวิคบ่นอุบอิบ เเต่มาริอันได้ยินเข้า รุซวิคจึงรรีบเเก้ตัว เเล้ววิ่งตามมาริอันเข้าไปภายในร้าน

"ถ้าอย่างนั้น ชั้นคงไม่ต้องอยู่ที่นี่เเล้วสินะ" บาโดพูดกับพวกเอง เเล้วเดินหายเข้าไปภายในซอกตึกเล็กๆในบริเวณนั้น

2007/Mar/03

Record #3


"รู้สึกว่าเธอจะทำพลาดนะ" เสียงของชายผู้หนึ่งที่ถูกดัดให้ฟังดูไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรือ Neo Reiv โดยเครื่องจักรชนิดหนึ่งที่ส่องเเสงกระพริบตามจังหวะของเสียงที่ดังออกมาบนหน้าจอขนาดใหญ่

"หุบปากน่ะ ชั้นยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่" เสียงของเด็กสาวตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกล้อเลียน

"เอาน่า เธอก็หวังอยู่ว่าพวกเอมูเอลนั่นจะกลับมาที่นี่หลังจากที่เสร็จงานไม่ใช่รึ?" เสียงของชายดังออกมาพร้อมกับเเสงที่กระพริบตามจังหวะคำพูด

"อย่ามาทำเป็นรู้ดี ถ้าชั้นอยากให้พวกนั้นกลับมา ชั้นจะพยายามลบความทรงจำของพวกนั้นทำไมล่ะ เย" เด็กสาวนั่งมองจอเล็กๆตรงหน้าของเธออยู่โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับเสียงของชายผู้นั้นที่เธอเรียกว่า เย นัก

"ปากเเข็งจริงๆ เธอก็เป็นห่วงพวกนั้นอยู่ไม่ใช่รึ ถึงได้ต้องมานั่งเฝ้าดูพวกเขาอยู่นั่นน่ะ เฮเบรสก้า" เสียงของชายผู้นั้นดังกลับมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ถึงเเม้ว่าเสียงของเขาจะฟังดูเเปลกๆที่ถูกดัดจนบิดเบือนไป

"เเล้วอีกอย่าง" เยเริ่มพูดอีกครั้ง "เราชื่อ Y.E. ไม่ใช่เย"
"เข้าใจเเล้ว" เด็กสาวที่ถูกเยเรียกว่า เฮเบรสก้า ดูจะไม่ใส่ใจอะไรคำพูดของเขานัก สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่จอเล็กๆทั้ง 5 ที่มีภาพของเอมูเอลทั้ง 5 ที่กำลังหลับไหลอยู่

Y.E. เองก็ไม่มีอะไรเเสดงอยู่บนหน้าจอสีเขียวของเขานอกจากจุดกลมๆ 3 จุด เเละความเงียบสงบ


=====


เสียงลมที่พัดเข้ามาภายในฟ้องสีขาวที่มีหน้าต่างที่เปิดอ้ารับลมให้เข้ามาได้อย่างเต็มที่

"เราว่า ท่านช่วยปิดหน้าต่างหน่อยเถอะ วันนี้ลมค่อนข้างเเรง" ชายผมยาวสลวยสีดำเงาที่มัดหางม้าเอาไว้กล่าว ขณะที่เขาพยายามปัดผมของเขาที่ปลิวไปมาตามเเรงลมที่พัดวนเวียนอยู่ภายในห้อง ชุดสีดำยาวลงไปทั้งตัว เเละไม้กางเขนที่คอเสื้อบ่งบอกถึงอาชีพเเละการงานของเขาอย่างชัดเจน เเละที่ข้างๆเขานั้นก็มีชายผมเงินที่ยาวลงมาปิดตาข้างขวาของเขาเอาไว้ โดยที่ชายผู้นั้นก็สวมชุดบาทหลวงเช่นเดียวกับชายผมดำ

"โอ ได้เลย ขออภัย" ชายร่างใหญ่ในเสื้อกล้ามสีน้ำตาลลุกขึ้นเเล้วจัดกางเกงขาสั้นสีดำของเขาให้เข้าที่เข้าทางเเล้วเดินไปปิดหน้าต่างทุกบานภายในห้อง

"เราเเค่เห็นว่าพวกท่านเเต่งตัวด้วยสีดำ เเถมยังปกปิดมิดชิดตั้งเเต่คอลงไปจนถึงเท้า กลัวว่าจะร้อนกัน" ชายร่างใหญ่หันหน้ากลับมายิ้ม ดวงตาที่มีขนาดเล็กของเขานั้นมีรอยเเผลเป็นที่ยาวผ่านตัวตาข้างซ้ายของเขา
"ขอบคุณมาก นิโคลัส" ชายผมดำกล่าว เเละยิ้มให้เเก่ชายร่างใหญ่ผู้นั้น

"ว่าเเต่ท่านเถอะ ท่านคิลรอยต้องการอะไรจากเรารึ?" นิโคลัสเอ่ยถาม ขณะที่เขาค่อยๆเดินกลับมานั่งลงมราเดิม

"ชายผู้นี้เดินทางมาที่โบสถ์ของเราเมื่อคืน หลังจากที่เราทราบเรื่องของ Nill เขาเกิดต้องการจะช่วยเหลือพวกเธอ เราจึงได้พาเขามาที่นี่" คิลรอยอธิบายถึงสาเหตุที่เขามาอยู่ที่นี่พร้อมกับชายเเปลกหน้าผู้นี้

"เเล้วท่านทำอะไรได้ล่ะ" นิโคลัสหันไปถามชายผมเงินที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

"เราจำไม่ได้" ชายผมเงินเงียบอยู่สักพักถึงได้ยอมกระซิบตอบนิโคลัส ใบหน้าของเขาจ้องมองลงไปบนพื้นกระเบื้องสีขาวบนพื้นที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

"ชายคนนี้มีชื่อว่า โยกิ เขาสูญเสียความทรงจำก่อนที่เขาจะมาได้สติที่โบสถ์ของเราหลังจากที่เนลไปพบเขานอนหมดสติอยู่ที่หลังโบสถ์" คิลรอยอธิบายเรื่องราวให้เเก่นิโคลัสฟังเเทนชายที่มีชื่อว่า โยกิ

"สูญเสียความทรงจำ" นิโคลัสกระซิบกับตัวเองด้วยสีหน้าที่กำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง
"เป็นอะไรไปรึ นิโคลัส" คิลรอยถามเมื่อเห็นนิโคลัสเงียบไป
นิโคลัสไม่ได้ตอบอะไร เพียงเเค่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าโยกิ เเล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย

"ถ้าอย่างนั้น เราไปดูกันว่าหมอนี่จะทำอะไรได้บ้าง" นิโคลัสใช้มือขนาดใหญ่ของข้างของเขายันร่างของเขาลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา เเละหันไปยิ้มให้โยกิอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่เเทบจะสลักให้เห็นอย่างชัดเจนบนใบหน้าของเขา


=====


ชาย 3 คนเดินตามกันเข้าไปภายในห้องว่างๆห้องหนึ่ง ทั่วทั้งห้องทาสีเอาไว้ด้วยสีขาว ดูสว่างไสว
นิโคลัสเดินเเยกตัวออกจากโยกิเเละคิลรอยไปที่มุมหนึ่งของห้อง เเล้วดึงส่วนหนึ่งของกำเเพงออกมาเป็นเเท่งสีดำขนาดใหญ่ออกมา ที่ดูเหมือนเเผงวงจรอะไรสักอย่าง
พื้นตรงหน้าของคิลรอยเเละโยกิค่อยๆดันตัวสูงขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่บริเวณที่ยื่นขึ้นมาจะเเบ่งครึ่ง เเล้วเลื่อนออกไปด้านข้าง โดยที่ฐานยังคงมีรูปร่างเช่นเดิม
ภายในนั้นมีอาวุธที่มีรูปร่างเรียวยาวมีลักษณะเป็นใบมีดสีเงินที่สะท้อนเเสงไฟสีขาวจากเบื้องงบน

"ตกลงว่าที่นี่ยังเป็นฟาร์มอยู่รึเปล่า เราก็ยังไม่ค่อยเเน่ใจจนถึงตอนนี้" คิลรอยก้าวเข้าไปใกล้ฐานที่ยกขึ้นมา โดยมีเสียงหัวเราะของนิโคลัสดังมาจากมุมห้อง

นิโคลัสกดผุ่มอีกปุ่มบนเเผงควบคุมนั่นเพื่อที่กล่องเเผงควบคุมนั่นจะเลื่อนตัวกลับเข้าไปภายในกำเเพงที่มันยื่นออกมา

กล่องเล็กๆทรงเหลี่ยม เเต่เรียวยาวในมือของนิโคลัสถูกจ่อไปทางฐานที่กลางห้องนั้น ก่อนที่นิโคลัสจะกดปุ่มปุ่มหนึ่งบนนั้น
ถาดที่มีอาวุธใบมีดที่เรียวยาวนั้นค่อยๆเลื่อนขึ้น เเล้วเลื่อนออกไปด้านข้าง ก่อนที่จะมีฐานอื่นๆเลื่อนตามขึ้นมา เเล้วเลื่อนเเยกออกไปด้านข้าง เพื่อเปิดทางให้ถาดถัดไป ซึ่งกระบวนการนี้ก็ซ้ำอยู่ได้สักพัก จนบนฐานนั่นมีถาดที่บรรจุทั้งอาวุธที่เป็นใบมีดอีกมากมาย ทั้งขนาดเล็ก เเละ ใหญ่
รวมทั้งยังมีโลหะสีดำ เเละ เทา ที่มีรูปร่างเป็นกระบอกทรงเหลี่ยมอีกจำนวนหนึ่ง ที่ต่างมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกันเท่าไรนัก

โยกิทำได้เเค่ยื่นนิ่งไม่พูดไม่จาเมื่อเขาต้องมาพบกับสิ่งเเปลกประหลาดที่ขยับตัวไปมาตรงหน้าของเขา
"เจ้าคงจำของเเบบนี้ไม่ได้สินะ" นิโคลัสหัวเราะเเล้วเดินไปตบบ่าของโยกิอย่างไม่เกรงใจ

"สวัสดีหลวงพ่อ" เด็กหนุ่มผมเงินเดินเข้ามาในห้อง ขณะที่นิโคลัสกำลังสนุกเฮฮาอยู่กับโยกิ เขายกมือทักทายคิลรอยเล็กน้อยโดยที่สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ เเล้วเขาก็หลุดลงที่ชายเเปลกหน้าที่ยืนอยู่กับนิโคลัส

"นั่นใครกันล่ะ" เด็กหนุ่มถาม
"นี่คือ โยกิ เรากำลังจะตรวจสอบความสามารถในการต่อสู้ของเขากัน" นิโคลัสตอบเสียงดังเเล้วผลักโยกิไปด้านหน้าของเขา
"โยกิ นั่นคือ เฮอิเน่ ลูกชายไม่รักดีของข้า" นิโคลัสเเนะนำตัวทั้ง 2 เเล้วหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ถึงเเม้ว่าเด็กหนุ่มเฮอิเน่จะทำหน้าไม่พอใจเท่าไรก็ตาม

โยกิเเยกตัวเดินไปที่กองอาวุธเหล่านั้น เเล้วกวาดสายตาไปมาเผื่อว่าเขาจะรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยของเขาต่ออาวุธที่เขามองผ่าน มือของเขาเลื่อนไปเหนืออาวุธทีละชิ้น
เวลาผ่านไปสักพัก มือของโยกิก็ดึงอาวุธที่มีลักษณะเป็นกระบอกทรงเหลี่ยมที่มีเเถบสีเงินที่สะท้อนเเสงจากดวงไฟด้านบน

"ปืนสินะ" นิโคลัสพูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้โยกิหันกลับมามองหน้านิโคลัส
นิโคลัสค่อยๆเดินเข้าไปหาโยกิ เเต่โยกิกลับหันหน้ากลับไปเเล้วหยิบสิ่งที่เรียกว่าปืนขึ้นมาอีกกระบอก

"เจ้าใช้อาวุธปืนนี่จริงๆใช่ไม๊ เเล้วเป็นปืนพกคู่เสียด้วย?" นิโคลัสเอ่ยถาม เมื่อเขายืนมองถาดอาวุธอื่นๆบนฐานนั้น

"ปืนพก?" โยกิมองอาวุธในมือของเขา ขณะที่เขาเหวี่ยงมือของเขาไปมา เเล้วทำท่าเล็งอาวุธเหล่านั้นไปรอบๆ

เฮอิเน่เดินไปที่ฐานวางอาวุธนั่น เเล้วหยิบเเท่งสี่เหลี่ยมมายื่นให้โยกิ 2 เเท่ง
"นั่น เเม็กกาซีน ใส่มันเข้าไปจากด้านล่าง" เฮอิเน่อธิบาย ซึ่งโยกิก็รับมา เเล้วทำตามที่เฮอิเน่บอก เเต่โยกิกลับดึงตัวกระบอกกลับมา เเล้วปล่อยให้มันดีดตัวกลับไป เพื่อทำการบรรจุกระสุนโดยที่เฮอิเน่ไม่ต้องบอกสักคำ

"พอจะนึกวิธีใช้ได้รึยังล่ะ?" นิโคลัสเอ่ยถาม ขณะที่เป้ารูปมนุษย์ค่อยๆเลื่อนขึ้นมาจากมุมห้องฝั่งตรงข้ามกับที่พวกเขายืนอยู่

โยกิหันไปมองเป้านั่นสักพัก เเล้วยกปืนคู่ของเขาขึ้นเล็ง เเล้วกระหน่ำยิงใส่เป้านั่นทันที

"เฮ้ย!! บอกกันก่อนเซ่ะ" เฮอิเน่ตะคอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่จู่ๆโยกิก็กระหน่ำยิงเป้านั่นโดยที่ไม่เตือนพวกเขาก่อน

"ขออภัย" โยกิหันมาตอบเฮอิเน่ เมื่อเขาลดกระบอกปืนลง
เป้าที่ถูกยิงไปนั้นก็ค่อยๆเลื่อนกลับลงไปในพื้น ก่อนที่จะมาโผล่ตรงหน้าของโยกิ

"410 จาก 500 ด้วยกระสุน 10 นัด น่าสนใจ" นิโคลัสพูดกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ นิโคลัสเเตะบ่าของโยกิ เเล้วยิ้มให้เขาก่อนจะเริ่มพูดต่อ
"ไว้ฝึกในสถานการณ์อื่นๆที่หลังเเล้วกัน อย่างน้อยก็ได้อาวุธเเล้ว"

"ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็อยู่พักที่นี่ไปเเล้วกัน" คิลรอยกล่าวขึ้น เเล้วก็ยิ้มให้โยกิเล็กน้อย

"ครับ เเล้วเราจะไปเยี่ยมบ่อยๆ" โยกิตอบโดยที่มีรอยยิ้มเล็กๆของเขาตอบกลับไป

"เฮอิเน่ ไปบอกนายหญิงโรบินทีว่าเราได้สมาชิกใหม่ ชื่อ โยกิ เอมูเอล" นิโคลัสสั่งเฮอิเน่ซึ่งทำให้เฮอิเน่หันกลับไปมองโยกิอย่างรวดเร็ว ทางด้านโยกิเองก็ยืนตกตะลึงอยู่ที่นิโคลัสทราบนามสกุลของเขา ทั้งๆที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงมัน
เฮอิเน่เดินโบกมือลา เเล้วหายออกจากห้องไป

"ท่านทราบ?" โยกิกระซิบถาม
"เเล้วใช่รึเปล่าล่ะ? โยกิ เอมูเอล" นิโคลัสหันกลับไปถาม ซึ่งโยกิก็ค่อยๆพยักหน้าช้าๆ

"เจ้าตามข้ามา" นิโคลัสกล่าว เเล้วก็เดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ ปล่อยให้โยกิต้องรีบออกเดินตามไป

ทั้ง 2 เดินไปตามทางเดินที่ผ่านผู้คนประปรายระหว่างทางที่อาศัยอยู่ในฟาร์มเเห่งนี้ บ้างก็ทำงานของเขาโดยไม่สนใจชายทั้ง 2 บ้างก็หันมามองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นิโคลัสเดินนำโยกิจนมาถึงบริเวณที่เป็นสวนขนาดเล็กที่จัดไว้อย่างสวยงาม ด้วยสนามหญ้าเล็กๆ เเละเเปลงดอกไม้หลากหลายสีสัน
โยกิยืนรอนิโคลัสอยู่เงียบๆ เเต่นิโคลัสก็ไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร เพียงเเต่มองไปยังสวนนั้นด้วยรอยยิ้มราวกลับว่า เขารู้ดีว่าสิ่งดีๆบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

"ท่าน..." โยกิเอ่ยถาม เเต่ระหว่างที่เขากวาดสายตาไปบนสวนนั่น เขาก็ต้องหยุดในทันที เมื่อสายตาของเขาได้ไปพบกับเด็กสาวฝาเเฝด 2 คน ที่กำลังนั่งเล่นดอกไม้อยู่กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำ เเละผ้ากันเปือนสีขาว

เสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาของพวกเธอทำให้โยกิทำได้เพียงยืนมองอยู่เงียบๆ คำพูดมากมายที่ไหลพลั่งพลูเข้ามาในหัวของเขา เเต่ก็ไม่สามารถที่จะปล่อยคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากของเขาได้

เด็กทั้ง 2 หันมามองทางเขา หลังจากที่พวกเธอสังเกตเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่กับพวกเธอเงยหน้าขึ้นมองที่เขา
ใบหน้าสีชมพูอ่อนที่ดูสดใสไร้เดียงสาของพวกเธอที่มีดวงตาคู่ใหญ่สีน้ำตาลบนใบหน้าของพวกเธอหันมาพบกับโยกิที่ยืนเงียบอยู่

หญิงสาวที่นั่งอยู่กับเเฝดสาวลุกขึ้น เเล้วใช้มือของเธอดันหลังของเด็กสาวทั้ง 2 เบาๆเพื่อให้พวกเธอลุกขึ้น
เด็กทั้ง 2 ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เเล้วค่อยๆก้าวเดินมาทางที่โยกิยืนอยู่ นิโคลัสเเยกตัวออกไปด้านข้าง เเล้วเดินสวนทางกับเด็กสาวทั้ง 2

ขาของเด็กสาวทั้ง 2 ค่อยๆก้าวเข้าหาโยกิ ก่อนที่มันจะค่อยๆเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เเฝดสาวทั้ง 2 ก็วิ่งโผเข้าใสร่างของโยกิ เเล้วเริ่มร้องไห้เสียงดัง

พ่อคะ คือคำพูดที่เเฝดสาวทั้ง 2 เเย่งกันเรียกโยกิด้วยเสียงที่สั่นเทา เเละน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาจากดวงตาที่สวยใสของพวกเธอ
เเต่เเล้วเด็กสาวทั้ง 2 ก็พบว่าน้ำหนักตัวของโยกิค่อยๆทิ้งไปบนร่างเล็กๆของพวกเธอ
"พ่อคะ? พ่อ เป็นอะไรไปคะ?" เด็กสาวคนหนึ่งพยายามเขย่าร่างของโยกิที่ค่อยๆทรุดลงบนร่างของเด็กสาวทั้ง 2 ทำให้นิโคลัส เเละหญิงสาวอีกคนรีบวิ่งตามเข้ามาดูอาการ เเต่มือข้างหนึ่งของโยกิก็ยกขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกเเก่นิโคลัส เเละหญิงผู้นั้นว่าไม่ต้องเข้ามา

"เราไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง" โยกิเงยหน้าขึ้นไปบอกกับนิโคลัสที่ยืนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง

"ความทรงจำ..." โยกิกระซิบกับตัวเองเบาๆ เเต่เด็กสาวทั้ง 2 ก็ยังคงจ้องหน้าของเขาอยู่ด้วยความเป็นห่วง

โยกิใช้มือของเขาเช็ดน้ำตาให้เเก่เด็กสาวทั้ง 2 ที่จ้องมองเขาอยู่
"พ่อกลับมาเเล้ว อมีน่า อมีเน่" โยกิหอมเเก้มเด็กสาวทั้ง 2 เเล้วดึงพวกเธอมากอดไว้เเน่น
น้ำตาใสๆค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข็มของโยกิ เเต่ดวงตาอีกดวงที่หลับซ่อนอยู่ภายใต้เส้นผมของเขากลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาเเต่อย่างใด
อมีน่า เเละอมีเน่ร้องไห้เสียงดัง ขณะที่พวกเธอพยายามเรียกผู้เป็นพ่อของเธอ ถึงเเม้ว่าคำพูดของพวกเธอจะฟังไม่รู้เรื่องเเล้วก็ตาม น้ำตามากมายที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้ง 2 คู่อาบเเก้มสีชมพูอ่อนของเธอจนเปียกเเฉะ รวมทั้งเสื้อของโยกิที่กลายเป็นผ้าเช็ดน้ำตาให้เเก่พวกเธอไปเสียเเล้ว

"ขอบคุณมาก ที่ดูเเลพวกเธอให้ผม" โยกิพยายามพูดให้ฟังดูเป็นปรกติมากที่สุด ถึงเเม้ว่าเสียงนั้นจะยังคงสั่นอยู่

"ไม่ต้องห่วงโยกิ เฮเล่นดูเเลพวกเธอมาเป็นอย่างดี สบายใจได้" นิโคลัสนั่งยองๆลงเเตะบ่าของโยกิเยาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้น เเล้วถอยออกห่างจากโยกิ เเละ 2 เเฝดสาว

ทั้งนิโคลัส เเละเฮเลนต่างก็ยืนยิ้มให้เเก่เอมูเอลทั้ง 3 อยู่เงียบๆ

 

2007/Mar/02

Record #2


"เฮ้ย!! มันหนีไปทางนั้นเเล้ว ตามไปเร็ว!" เสียงโหวกเหวกดังขึ้นกลางดึกโดยมีเเสงไฟสาดส่องไปมาเพื่อตามหาอะไรบางอย่างที่กำลังหลบหนี

เสียงเครื่องยนต์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นเขตซากอาคารที่กองทับถมกัน ทำให้เกิดเสียงสะท้อน เเละดังก้องกว่าปรกติ
เสียงเครื่องยนต์เหล่านั้นดังมาจากยานพาหนะชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับมอเตอร์ไซ เเต่บริเวณที่สมควรจะเป็นล้อนั้น กลับเป็นลูกโลหะกลมๆ เเบนๆ ที่ส่องเเสงเรืองสีเเดงอ่อนๆออกมา เเละเเสงนั้นก็ฉายลงเป็นวงออกไปด้านข้าง ซึ่งดูเหมือนว่าบริเวณนั้นจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ยานพาหนะเหล่านั้นทรงตัวลอยอยู่บนพื้นถนนได้

"อ๊าก!!" เสียงร้องของชายผู้หนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืด เมื่อเเสงไฟจากพาหนะเหล่านั้นไม่รวมกันที่ต้นเสียงก็พบกับร่างของชายวัยกลางคนที่นอนกุมคอของเขาเอาไว้ ซึ่งที่บริเวณนั้นก็มีของเหลวสีเงินไหลทะลักออกมา ดวงตาที่เริ่มสะท้อนเเสงไฟเห็นเป็นสีเเดง บ่งบอกถึงวาระสุดท้ายของ Neo Reiv คนนี้

"มันเอาไรเดอร์ของนอร์นามด์ไปเเล้ว" เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นเมื่อเขาเห็นเเสงไฟจากพาหนะที่ถูกเรียกว่า ไรเดอร์ คันหนึ่งเเยกตัวออกจากกลุ่มไป ทำให้ไรเดอร์เหล่านั้นเริ่มเเรงเครื่องขึ้นอีกครั้งเพื่อทำการไล่ล่า

ไรเดอร์คันที่หนีออกมาเริ่มหักเลี้ยวไปมาตามซากตึก หรือเเม้กระทั่งขึ้นไปบนซากตึกที่กองทับกันอยู่ไม่เป็นระเบียบ
การไล่ล่าเป็นไปได้สักพัก เสียงปืนก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมกับเเสงไฟที่เกิดการกระสุนที่พุ่งเข้าใส่พื้นที่รอบๆไรเดอร์คันที่หลบหนีอยู่

ถนนเลียบ White Sea ก็เผยให้เห็นด้วยไฟหน้าของไรเดอร์ คนขับจึงหักเลี้ยวอย่างกระทันหัน เเต่เเล้วเเสงไฟก็เกิดขึ้นบนตัวไรเดอร์ในบริเวณที่เป็นเครื่องยนต์ที่ซ่อนอยู่ใต้เเผงวงจรที่ด้านหน้าของผู้ขับขี่

ไรเดอร์คันนั้นเสียหลักล้มลงกลิ้งไถลไปกับพื้นถนนเกิดประกายไฟพุ่งออกมาตามทางมีไรเดอร์คันนั้นถูกลากไป

เเละในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าไรเดอร์ที่เหลือก็มาจอดล้อมรอบไรเดอร์คันที่นอนนิ่งอยู่
ประกายไฟประทุขึ้นจากบริเวณที่ถูกยิงอีกครั้ง ก่อนที่มันจะระเบิดออกอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสามารถตั้งตัวได้ทัน ไรเดอร์บางคันที่จอดอยู่ในระยะใกล้ถึงกับเสียหลักล้มลง ส่งผู้ขับให้ร่วงลงกระเเทกพื้นอย่างเเรง

"ชิ มันหนีไปไหนวะ!" ชายผู้หนึ่งตะคอกออกมาด้วยความโกรธเเค้น
เปลวเพลิงสีเเดงส้มลุกโชดช่วงเผยให้เห็นใบหน้าของผู้ขับไรเดอร์หลายคนในบริเวณนั้น หูทรงเเหลมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Neo Reiv ปรากฎให้เห็นด้วยเเสงสว่างจากกองเพลิงที่กำลังกลืนกินไรเดอร์คันที่เสียหายอยู่

"กลับว้อย!! มันเป็นใครกันวะ เจอมันอีกเมื่อไรก็เก็บเเม่งเลย" ชายคนเดิมตะโกนสั่ง เเล้วไรเดอร์ทั้งหมดก็เริ่มทยอยกันขับหายออกจากพื้นที่บริเวณนั้น ปล่อยให้ไรเดอร์คันนั้นถูกไฟเผาจนชิ้นส่วนเริ่มพังทลายเเละหลุดเป็นชิ้นๆ

เงาดำที่นั่งอยู่บนหลังคาบ้านใกล้ๆ ถูกเปลวไฟฉายเเสงใส่ให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่มีผมสีเงิน ลมเอื่อยๆที่พัดเส้นผมของเขาให้ปลิวไสวไปมา มือที่มีนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาขยับสิ่งบางอย่างที่คอของเขา ก่อนที่ร่างนั้นจะกระโดดลงจากหลังคาบ้าน ระหว่างที่ลงไป บริเวณคอก็ถูกเปิดเผยให้เห็นปลอกคอที่มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า ยาซู เอมูเอล ก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปในความมืดยามราตรีของ Ciez


=====


เสียงหายใจที่ดังขึ้น เเละ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงหอบที่ดังอย่างไม่เป็นจังหวะ
ใบหน้าที่ดูซีดเซียวถูกดึงขึ้นมาจากหมอนสีฟ้าอ่อนราวกลับว่าถูกดึงด้วยสปริงยังไงยังงั้น

เหงื่อนั้นก็ไหลย้อยไปบนเเก้มที่ดูไร้ชีวิตของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่พึ่งตื่นขึ้นด้วยสีหน้าร้อนใจ
ผมสีเงินถูกปัดออกให้พ้นทาง ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างปาดเหงื่อของเขา

นิ้วมือเรียวยาวที่สางเส้นผมเหล่านั้นขึ้นไป ถูกวางลงข้างๆตัวของเขา ปล่อยให้เส้นผมเหล่านั้นค่อยๆไหลตกลงมาตามเดิม

ชายหนุ่มมองสำรวจไปรอบๆห้องที่เขาพบตัวเองว่ากำลังนอนอยู่ในนั้น จนเขาไปสะดุดตาเข้ากับผมยาวสลวยสีดำที่กองไม่เป็นระเบียบอยู่ที่ข้างๆเตียงของเขา

ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปมองดู เผยให้เห็นปลอกคอสีขาวที่มีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า โยกิ เอมูเอล
ใบหน้าของเด็กสาวที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมที่กองรุงรังบนเตียงที่เขานอนอยู่ก็เผยให้เขามองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง เเล้วเดินอ้อมไปที่เด็กหญิงคนนั้น เเต่เขาก็ต้องหยุดยืนมองสาวน้อยด้วยความงุนงงเมื่อเห็นปีกขนาดเล็ก 2 ปีก ที่กลางหลังของเธอ
"ปีก? เธอเป็นใครกัน" เขากระซิบเบาๆ

เเขน 2 ข้างที่เอื้อมไปดึงร่างน้อยๆของเด็กคนนั้นขึ้นมาวางบนเตียงอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะคลุมผ้าห่มสีฟ้าเดียวกับหมอนบนเตียงให้เเก่เด็กสาว เเล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องอย่างช้าๆ

ประตูสีเงินเลื่อนออกไปด้านข้างเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ทำให้เขาต้องถอยกลับออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ

ขา 2 ข้างก้าวผ่านเส้นเเบ่งเขตระหว่างตัวห้อง เเละ ภายนอก
เขาได้มาหยุดอยู่บนทางเดินที่เป็นพรมสีขาวทั้งหมด โดยมีโคมไฟทรงกลมเล็กๆติดอยู่ที่ด้านข้าง คอยส่องเเสงสีฟ้าอ่อนๆ ดูเย็นตา ยาวไปตลอดทางเดิน

เสียงประตูสีเงินที่เลื่อนกลับเข้ามาปิด ทำเอาชายหนุ่มผละถอยออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง
เสียงย่ำเท้าไปบนพรมดังไปอย่างช้าๆ เมื่อเขาค่อยๆก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง จนเขาไปสักเกตเห็นว่ามีห้องอยู่ห้องหนึ่งที่มีไฟสีส้มส่องออกมาจากภายใน

เขาค่อยๆก้าวเดินไปอย่างช้าๆ จนได้หยุดอยู่ตรงบริเวณก่อนจะถึงประตูบานนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าเบาๆ เเล้วก้าวออกไปยืนอยู่ที่หน้าประตู เเล้วมองเข้าไปภายใน

ห้องที่มีลักษณะคล้ายห้องที่เขาตื่นขึ้นมา เพียงเเต่มีชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง โต๊ะเเก้วที่ตั้งอยู่กลางห้อง โดยมีโซฟาขนาดเล็กตั้งอยู่ 2 ตัว ซึ่ง 1 ในนั้นมีชายผู้หนึ่งนั่งอยู่เเล้ว

"ตื่นเเล้วรึ? เข้ามาสิ" ชายที่นั่งอยู่บนโซฟากล่าวเชิญชวนชายหนุ่มให้เข้าไป ถึงเเม้ว่าสายตาของเขาจะยังจับจ้องอยู่ที่หนังสือในมือของเขา

"รออะไรล่ะ เข้ามาสิ โยกิ เอมูเอล" ชายภายในห้องเรียกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นชื่อของชายอีกคนที่ยืนงุนงงอยู่ที่หน้าประตู

"ท่านรู้ชื่อของเราได้ยังไง" ชายหนุ่มยอมรับชื่อที่เขาถูกเรียก เเต่ความสับสนก็เกาะกินจิตใจของเขาอย่างไม่ลดละ

"มันอยู่ที่ปลอกคอของเจ้า เราเลยเดาว่านั่นคงจะเป็นนามของเจ้าเท่านั้น" ชายที่นั่งอยู่ปิดหนังสือที่เขาอ่านอยู่ เเล้วลุกขึ้นเดินไปเก็บหนังสือเล่มนั้นที่ชั้นหนังสือ ในขณะที่ชายที่ถูกเรียกว่าโยกิ เอมูเอลค่อยๆก้าวเข้ามาภายใน

"เรามีคำถามจะถามท่านเล็กน้อย ท่านโยกิ เอมูเอล" ชายผู้นั้นเอ่ย
"เรียกโยกิก็พอ" ชายผมเงินเสยผมของเขาเล็กน้อย เเล้วนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง

"อย่างนั้นก็ได้ โยกิ ท่านเป็นใครกัน?" ชายผู้นั้นถามคำถามเเบบตรงตัวไม่มีอ้อมค้อม ขณะที่เขาค่อยๆนั่งลงอย่างใจเย็น เเล้วจ้องหน้าของโยกิเพื่อรอคำตอบ

"ชื่อของเราเป็นอย่างเดียวที่จำได้" โยกิก้มหน้าตอบด้วยเสียงที่ฟังไม่ค่อยได้ยินนัก เเต่ท่าทางว่าชายอีกคนจะไม่มีปัญหาอะไร

"อืม ถ้าเป็นอย่างนั้น เราคือ บาทหลวงคิลรอย ยินดีที่ได้รู้จัก" ชายผู้นั้นเเนะนำตัว เเล้วยื่นมือออกมาตรงหน้าของเขา เเต่ก็พบกับหน้าตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของโยกิ เเต่เขาก็ยื่นมือกลับไป ก่อนที่คิลรอยจะดึงมือของโยกิมาเขย่าๆ เเล้วยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือ

"นอนสบายไหม?" คิลรอยกล่าวถาม ขณะที่เขาทิ้งตัวเอนหลังนั่งอย่างสบายใจ
"เราเห็นอะไรบางอย่างก่อนจะตื่นขึ้นมา" โยกิตอบ

"เกิดอะไรขึ้นล่ะ" คิลรอยเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย เเต่ก็จ้องมองโยกิอยู่เงียบๆ

"เราก็บอกไม่ถูก เป็นอะไรที่เลวร้ายมาก เเต่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร" โยกิใช้นิ้วกดไปที่บนดวงตาของเขาเบาๆ

"ถ้านึกไม่ออก เจ้าก็อย่าฝืนเลย" คิลรอยยิ้มให้โยกิที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของคิลรอย

"เเล้วเด็กผู้หญิงคนนั้น?" โยกิเอ่ยปากถาม
"เนลน่ะหรอ เธอเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า Nill เธอเป็น Nill กลุ่มเเรกๆที่ได้รับการช่วยเหลือ เเต่ว่า เธอไม่สามารถพูดได้ เราจึงตั้งชื่อให้เธอว่า เนล" คิลรอยขยับตัวเล็กน้อยบนที่นั่งของเขา

"เกิดอะไรขึ้นกับพวก Nill รึ?" โยกิเอ่ยถามด้วยความสนใจ

"Nill ถึงว่าเป็นสิ่งที่นำโชคร้าย เเละ ความล่มสลายมาให้เเก่ผู้อยู่ใกล้ ซึ่งความจริง เราก็ไม่เห็นว่าจะเป็นตามนั้น เราก็อยู่กับเนลมาเป็นเวลาสักพักเเล้วก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น คนบางกลุ่มพยายามจะไล่ล่า เเละทำลาย Nill เพราะความเชื่อพวกนั้น" คิลรอยทำหน้าเศร้าๆระหว่างที่อธิบาย โดยมีโยกินั่งฟังอยู่โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

"คืนนี้ก็ดึกมากเเล้ว เจ้าไปนอนต่อเถอะ เราก็จะเข้านอนเเล้ว" คิลรอยลุกขึ้นจากโซฟาของเขา เเล้วยิ้มให้โยกิ

"พอจะมีทางไหนให้เราช่วย Nill พวกนี้ได้บ้างไหม" โยกิถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"คนหนุ่มสมัยนี้นี่ใจร้อนกันจริงนะ" คิลรอยยิ้มให้เเก่โยกิ เเล้วเอ่ยถาม
"เจ้าต่อสู้ได้รึ?"

โยกิชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินคำถามนั้น
"เราจำไม่ได้ว่าเราต่อสู้ได้รึเปล่า เเค่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับพวก Nill เท่านั้น" โยกิตอบด้วยสีหน้าผิดหวัง

"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ เราจะส่งเจ้าไปหาคนคนหนึ่ง เผื่อเขาจะช่วยเธอได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ช่วยเหลือ Nill ด้วยเช่นกัน" คิลรอยยิ้มให้เเก่โยกิที่ยืนจ้องหน้าของเขาอยู่

"คืนนี้เจ้าไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที" โยกิเดินออกจากห้องไประหว่างที่คิลรอยกำลังพูดอยู่

โยกิเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องของเขาก็พบว่าไฟสีส้มจากในห้องของคิลรอยได้ดับลง โยกิก้าวเดินไปที่ประตูสีเงินของห้องของเขา เพื่อให้มันเลื่อนตัวออกไปด้านข้าง เปิดทางให้เขาก้าวเข้าไปข้างใน

โยกิเดินมาที่เตียงที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ก็ได้มีเนลที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มสีฟ้าอ่อนที่ยับไปตามการเคลื่อนตัวของเนล

"ทำไมจู่ๆเราถึงได้อยากช่วยเด็กคนนี้นะ" โยกิบ่นกับตัวเองเเล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่เนลนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เเล้วก็ฝุบหน้าลงนอนบนเเขนของเขา เเล้วก็หลับไปในที่สุด


=====


"วันนี้ปิดร้านได้เเล้วล่ะ ขอบคุณใจมากนะเเอบบี้" หญิงสาวพูดเสียงดังด้วยท่าทางอารมณ์ดีที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์ของร้านอาหารเเห่งหนึ่งที่ต่างอยู่ทางตอนใต้ของ Metroz

"ค่ะ มาริอัน" หญิงอีกคนที่ถูกเรียกว่าเเอบบี้ขานรับผู้ที่เป็นเจ้านายของเธอ ขณะที่เธอกำลังเก็บกวาดของบนโต๊ะอาหารของลูกค้าที่พึ่งทยอยกันออกจากร้านไป

"มีคนมาช่วยเเบบนี้ค่อยสบายขึ้นหน่อยนะ" ชายร่างใหญ่อีกคนนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่มุมหนึ่งของร้านที่เเอบบี้ได้ทำความสะอาดไปเเล้ว

เสียงโลหะกระทบเข้ากำลังอะไรบางอย่างดังก้องจนทำเอาเเอบบี้เกือบจะทำถาดที่เธอถืออยู่ตก

มาริอันที่ในมือมีถาดโลหะ ยืนทำตาขวางใส่ชายร่างใหญ่ร่างนั่งกุมหัวของเขา พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"มาริอัน อย่าใช้ความรุนเเรงสิ" ชายร่างใหญ่หันมาทำเสียงอ่อนใส่มาริอัน เพื่อขอความเห็นใจ

"รุซวิสซ์ ทำตัวไม่เป็นประโยชน์เเล้วยังพูดมากอีกนะ" มาริอันดุชายร่างใหญ่นามว่ารุซวิสซ์จนทำให้เขาดูเหมือนจะตัวเล็กลงไปจากเดิมอย่างมากเลยทีเดียว

เเอบบี้เดินหัวเราะชอบใจเเล้วเดินหายเข้าไปหลังร้านเพื่อนำของที่เก็บมาจากโต๊ะไปล้าง


=====


"ขอโทษนะที่ให้เธออยู่ช่วยงานจนดึง" เสียงของมาริอันดังมาจากที่ประตูห้องที่เปิดอ้าเอาไว้ โดยที่เเอบบี้กำลังเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง เพื่อที่เธอจะใช้ห้องนี้เป็นห้องพัก
"ห้องรกไปหน่อย คงไม่เป็นไรนะ"

"ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณมาก" เเอบบี้ยิ้มตอบ มือ 2 ข้างของเธอปัดไปตามร่างกายของเธอเพื่อทำความสะอาดชุดกระโปรงสั้นสีดำ เเละผ้ากันเปื้อนสีขาวที่เธอสวมเป็นเครื่องเเบบตอนที่ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟ

"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวไปอาบน้ำด้วยกัน อ่างน้ำของเราใหญ่พอสำหรับพวกเรา 2 คน ตัวเล็กๆสบายอยู่เเล้ว" มาริอันกล่าวชวน ซึ่งเเอบบี้ก็หันไปยิ้มเเละพยักหน้าให้ทันที

ชุดกระโปรงตัวน้อยค่อยๆถูกดึงขึ้นไปด้านบนเพื่อจะถอดออก เเต่รู้สึกว่าเธอจะมีปัญหากับช่วงเเคบของคอที่ไม่สามารถถอดออกได้โดยง่าย
"อ๊า~~! ทำอะไรอ่ะ มาริอัน" เเอบบี้ร้องเสียงหลงเมื่อเธอรู้สึกว่ามีมือ 2 มือมาขยำที่หน้าอกของเธอ ด้วยความตกใจจึงทำให้เธอดึงชุดของเธอหลุดพรวดออกไปในทันที

"โห ใหญ่กว่าที่คิดไว้ซะอีก กินอะไรเนี่ย" มาริอันขยำหน้าอกของเเอบบี้เล่นอย่างมันส์มือ ทางด้านเเอบบี้เองก็พยายามดิ้นไปมา เเต่ก็หนีไปไม่พ้น
"หยุดนะ มาริอัน" เเอบบี้ทิ้งตัวลงนั่งลงกับพื้น ทำให้มาริอันต้องปล่อยก่อนที่เธอจะโดนดึงหกล้มลงไป เเอบบี้หันมาทำเเก้มป่องใส่มาริอัน เเละมองตาขวางอย่างไม่พอใจ

"โกรธอะไรกันล่ะ เเค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง" มาริอันหยิบผมสีน้ำตาลที่ยาวเป็นลอนลงไปจนปิดหน้าอกของเเอบบี้มาเล่น ส่วนเเอบบี้เองก็เอื้อมมือไปที่คอของเธอ เเล้วขยับปลอกคอสีขาวของเธอไปมา ซึ่งบนปลอกคอนั้นมีอักษรเขียวเอาไว้ว่า อบิเกล เอมูเอล

"เอาล่ะ ไปอาบน้ำกันได้เเล้ว" มาริอันปล่อยผมของอบิเกล เเล้วดึงเเขนของเธอขึ้นมา ก่อนจะลากเธอออกจากห้องไป อบิเกลเองก็รีบคว้าผ้าเช็ดตัวเเล้วจำใจเดินตามมาริอันเข้าห้องน้ำไป


=====


"เธอว่าเธอถูกเเช่เเข็งมาตลอดเวลาที่ผ่านมานี่เลยหรอ" มาริอันเอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่เธอใช้เเชมพูทำความสะอาดผมให้เเก่อบิเกล

"ค่ะ ปีที่ใช้อยู่ตอนนี้ เป็นชื่อปีที่เราไม่คุ้นเลย เเถมยังเป็นปี 3005 เสียอีก เเสดงว่า เราน่าจะหลับมานานกว่า 3000 ปี เเล้ว" อบิเกลกระซิบตอบเบาๆ

"เธอยังดูไม่เเก่สักหน่อย" มาริอันดึงผมอบิเกลเล่นเป็นการหยอกล้อ
"นี่ อายุจริงๆชั้นก็เเค่ 25 เองนะ" อบิเกลท้วงเเล้วหันไปสาดน้ำใส่มาริอัน

"เอาน่าๆ เเต่เธอว่า เธอจะต้องสูญเสียความทรงจำไม่ใช่หรอ ตามที่เด็กคนนั้นบอก" มาริอันถาม ทำให้อบิเกลหยุดสาดน้ำเล่น

"นั่นสิ เด็กคนนั้นก็บอกกับพวกเราว่า พวกเราจะสูญเสียความทรงจำก่อนที่จะถูกส่งลงมาที่นี่" อบิเกลกระซิบเสียงเบาอีกครั้ง
"เเต่ชั้นเเปลกใจนะ ที่พวกเธอตกลงมาจากสวน Eden นั่นเเล้วไม่เป็นอะไรเลย" มาริอันเอาน้ำล้างผมของอบิเกลช้าๆ

"เเล้วเด็กคนนั้นเป็นใครล่ะ" มาริอันถามเมื่อเธอล้างหัวให้อบิเกลจนเสร็จ

"เธอคือ...คือ...คือ...คือใครนะ เราลืมไปเเล้วอ่ะ" อบิเกลเเล่บลิ้น เเล้วใช้กำปั้นเคาะหัวตัวเองเบาๆ ทำเอามาริอันถึงกับลื่นพื้นอ่างลงไปนั่งเลยทีเดียว

"สรุปว่าเธอก็เสียความทรงจำไปบ้างสินะ" มาริอันนั่งเล่นในอ่างเเล้วใช้ขาทิ่มหน้าท้องของอบิเกลเล่นทำให้เธอหัวเราะคิกคักเเล้วขยับตัวไปมา

"เเต่เราก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไงบ้าง" อบิเกลทำหน้าเศร้าเเล้วดำลงไปในน้ำจนมิดปากของเธอเเล้วเป่าฟองเล่น

"ชั้นละอยากเห็นเเฟนกับลูกๆของเธอจริงๆ คนอะไรดูยังเด็กอยู่เเท้ๆ มีลูกอายุตั้ง 7 ปีเเล้ว เเถมเป็นฝาเเฝดเสียอีก" มาริอันยิ้ม เเล้วเธอก็ลุกขึ้นออกจากอ่าง

"ชั้นล้างหัวให้เธอเเล้ว มาถูหลังให้ชั้นเลยนะ เเอบบี้" มาริอันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ในห้องน้ำเเล้วกวักมือเรียกอบิเกลให้ออกมาจากอ่าง
"ค่า~~" อบิเกลขานรับ เเล้วปีนออกไปหยิบสบู่เเล้วเริ่มถูหลังให้มาริอัน